Market Segmentation

                Market Segmentation (การแบ่งส่วนตลาด)

                   การแบ่งส่วนตลาดของ คนที่รักสุขภาพในที่นี้ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ กลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มแม่บ้านที่ทำอาหาร เป็นต้น ซึ่งเราจะใช้การแบ่งส่วนตลาดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Segmentation) เพื่อนำมาวางกลยุทธ์ทางการตลาด โดยใช้เกณฑ์ประชากรศาสตร์ จิตวิทยาและพฤติกรรมการรักสุขภาพ ในการแบ่งดังต่อไปนี้

 

                  เกณฑ์ด้านประชากรศาสตร์ (Demographic Segmentation ) โดยใช้เกณฑ์ดังต่อไปนี้

 –  เพศ   จะสามารถใช้ได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง ไม่มีการกำหนดตายตัว เนื่องจากทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็สามารถที่จะทำอาหารและมีการดูแลตัวเองเหมือนกัน แต่เพศหญิงจะเป็นผู้ที่ทำอาหารภายในบ้านมากกว่าผู้ชาย เช่นกลุ่มแม่บ้าน แต่บางบ้านวันหยุดผู้ชายก็จะทำอาหารเหมือนกัน 

 –  อายุ   สำหรับช่วงอายุจะกำหนดเป็นกลุ่มที่ใส่ใจทั้งตัวเองและครอบครัว เช่น ผู้สูงอายุ ผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ ผู้ป่วย แม่บ้านที่ใส่ใจคนในครอบครัว และผู้บริโภควัยทำงานที่รักสุขภาพ เป็นต้น   

– ครอบครัว มีความสามารถในการใช้ไม่ว่าจะทั้งครอบครัวขนาดเล็กและขนาดใหญ่ก็ตาม ซึ่งแม่บ้านมีบทบาทสำคัญในประกอบอาหาร เพราะแม่บ้านจะมีหน้าที่ในการจับจ่ายใช้สอยและคอยดูแลในเรื่องของอาหารการกินของคนในครอบครัว

– อาชีพ  ทุกกลุ่มอาชีพที่มีความใส่ใจในสุขภาพของตัวเองและครอบครัว ซึ่งในครอบครัวอาจมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ในเรื่องของสภาพร่างกายและโรคภัยต่างๆ จำเป็นต้องมีการควบคุมอาหาร โดยกลุ่มอาชีพนี้อาจจะต้องการความรู้ มีการศึกษาที่ดีจึงจะให้ความสนใจในสุขภาพ

– รายได้ จะอยู่ในระดับปานกลาง-สูง เพราะมีความสามารถให้การซื้อสินค้าที่รักษาสุขภาพ ซึ่งผู้บริโภคจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับราคามากเท่าไร เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วประเภทของอาหารเพื่อสุขภาพจะมีราคาสูงอยู่แล้ว โดยทั่วไปผู้บริโภคกลุ่มนี้จะตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการ มากกว่าราคา ไม่ว่าราคาจะสูงหรือไม่ก็พร้อมที่จะจ่าย สำหรับประโยชน์ที่กลับมาอย่างคุ้มค่า

 

                  เกณฑ์ด้านจิตวิทยา (Psychographic Segmentation) โดยใช้เกณฑ์ดังต่อไปนี้1.ค่านิยม

คนที่มีความใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว  เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องการดูแลในเรื่องของอาหารการกินบ้าง  ซึ่งอาหารส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดโรคขึ้นได้ง่าย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเลือกประเภทอาหารที่ประโยชน์ และสามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้สำหรับอาหารที่มีคลอเลเตอรอล    

2.    บุคลิกภาพ

–  ต้องการมีรูปร่างดี มีสุขภาพแข็งแรง                – ชอบทดลอง

–  มีความกระตือรือร้น                                       –  มีความเชื่อมั่นในตนเอง

–  ชอบความทันสมัย นิยมสิ่งใหม่

     3.  กลุ่มอ้างอิง

–   ครอบครัว                                                     –   ผู้นำทางความคิด เช่น การใช้สื่อต่างๆ  , นักแสดง

–   เพื่อน                                                            –   ผู้เชี่ยวชาญ  เช่น แพทย์

      4. รูปแบบในการดำเนินชีวิต

–   การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมเร่งรีบ ทำงานแข่งกับเวลา จึงต้องการความสะดวกสบายในทุกๆด้าน เช่น เวลาทำอาหาร จะเน้นสิ่งที่รวดเร็วไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องคุณค่า และประโยชน์ของอาหาร

–   ขาดการดูแลสุขภาพของตนเองเท่าที่ควร

                   เกณฑ์ด้านพฤติกรรม (Behavioral Segmentation ) พิจารณาจากคุณประโยชน์ (Benefits) ที่ผู้บริโภคต้องการจากผลิตภัณฑ์

–  การบริโภคอาหารของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวาน ส่วนใหญ่ก็มีกะทิเป็นส่วนผสม เพราะในอาหารและขนมของคนไทยจะใช้กะทิ จะช่วยทำให้มีรสชาติอร่อยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความหอมของกะทิ ความหวาน และความมัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับอาหารของคนไทย แต่ในการบริโภคกะทิมากๆนั้นก็จะส่งผลเสีย ต่อร่างกายได้  ในกะทิจะให้ไขมัน คลอเลเตอรอล  จะทำให้เกิดโรคได้ง่ายไม่เหมาะอย่างยิ่งที่ผู้สูงอายุจะรับประทานในปริมาณมากๆ และนั้นก็จึงเป็นโอกาสของนมปรุงแต่งอาหาร Bean Lish ใช้สำหรับทดแทนกะทิจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้บริโภค 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s