สภาพแวดล้อมการตลาด

การวิเคราะห์สภาวะการแข่งขันของธุรกิจนมถั่วปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม Bean Lish โดยใช้ Five force Model

1. ข้อจำกัดในการเข้าสู่ธุรกิจของคู่แข่งขันใหม่ (Threat of New Entrants or Potential Competitors)

ในการเข้าสู่ธุรกิจนมถั่วปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม Bean Lish ของบริษัทนั้นเป็นไปได้ง่าย เนื่องจากในปัจจุบันทางบริษัท กรีนสปอต จำกัด (ประเทศไทย)

 สามารถแทรกแทรงเข้าสู่ตลาดนมปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่มได้ โดยมีความได้เปรียบในเรื่องต่างๆ ดังนี้

        1. ความแตกต่างของสินค้าและบริการ (Product Differentiation) เนื่องจากในปัจจุบันนี้ ผู้บริโภครู้จักบริษัท  กรีนสปอต จำกัด (ประเทศไทย)

 และนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ในตลาดนี้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขันรายเดิมที่มีอยู่ในตลาดนี้คือ กะทิธัญพืช ตราฟอร์แคร์  

ซึ่งเป็นคู่แข่งขันทางตรง ถือว่าเป็นเรื่องง่ายมากที่จะเข้าสู่ตลาดของนมปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่รู้จักในตราฟอร์แคร์มากนัก

 แต่ผู้บริโภคจะรู้จักตราคาร์เนชั่น ซึ่งเป็นคู่แข่งขันทางอ้อมมากกว่า จึงทำให้ทางบริษัทต้องเน้นจุดขายที่ตราคาร์เนชั่นนั้นไม่สามารถทำได้ โดยใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ 

นั้นก็คือ ถั่ว 5 สี ซึ่งเป็นนมปรุงแต่งอาหารที่มีสามารถแทนน้ำกะทิได้ และไม่มี Cholesterol ที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมา

      2. เงินลงทุน (Capital Requirement) บริษัท กรีนสปอต จำกัด (ประเทศไทย) เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและมีเงินลุงทุนมหาศาล และยังเป็นบริษัทของคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์

 จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการลงทุนต่างๆน้อย อาทิ การสร้างโรงงาน การประชาสัมพันธ์ด้านการตลาด การพัฒนาและวิจัยตลาดสินค้า ปริมาณวัตถุดิบหรือสินค้าคงเหลือ เป็นต้น

 รวมทั้งในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2554 ที่ผ่านมาบริษัท กรีนสปอต จำกัด (ประเทศไทย) ยังมีจำนวนหุ้นถึง 2,365,000 หุ้น ซึ่งติดผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ

ไทยอีกด้วย

      3. ต้นทุนในการปรับเปลี่ยนไปใช้สินค้าอื่น (Switching Costs) เนื่องจากบริษัท กรีนสปอต จำกัด (ประเทศไทย) มีโรงงานของนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ ที่ผลิตนมถั่วเหลืองโดยเฉพาะอยู่แล้ว จึงทำให้การผลิตนมถั่วปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม Bean Lish นั้น มีต้นทุนในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องมาจากสินค้าที่ผลิตใหม่มีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างเหมือนกัน รวมทั้งยังมีการใช้ระบบเทคโนโลยีเครื่องจักรที่นำเข้ามาใหม่ด้วยงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้สูงขึ้น

      4. ข้อได้เปรียบต้นทุนในด้านอื่นๆ เช่น ในปัจจุบัน ถั่วเป็นวัตถุดิบที่มีราคาถูก และหาได้ง่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงทำให้ได้เปรียบในการเข้าสู่ธุรกิจนมปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งทางบริษัทยังเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเฉพาะ และมีการทำมานานจนเกิดความชำนาญเป็นพิเศษ และพนักงานเก่ายังช่วยถ่ายทอดการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรให้กับพนักงานใหม่อีกด้วย

2. ความรุนแรงของสภาพการแข่งขันระหว่างองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ( Intensity of Rivalry among Existing Competitors)

ในปัจจุบันตลาดนมถั่วปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่มนั้นยังมีจำนวนไม่มาก  แต่ในภาพรวมของตลาดนมถั่วเหลืองทั่วไปนั้นจะพบว่ามีเป็นจำนวนมาก โดยปัจจัยที่เป็นตัวกำหนด

ความรุนแรงของการแข่งขันในตลาดนี้ มีดังต่อไปนี้

      1. จำนวนคู่แข่งขันในอุตสาหกรรม ในตลาดนมปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่มนั้น มีเพียงตราคาร์เนชั่นเท่านั่นที่ผู้บริโภครู้จัก แต่ผู้บริโภคยังคุ้นเคยกับรสชาติของกะทิ

 จึงทำให้ตราคาร์เนชั่นยังไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในเรื่องของการใช้แทนกะทิได้ ส่วนตราฟอร์แคร์นั่นผู้บริโภคยังไม่รู้จักในตราฟอร์แคร์มากนัก จึงทำให้ความรุนแรงของการแข่งขันระหว่างองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันนั้นยังไม่มีความรุนแรงในปัจจุบัน

      2. ความเหมือนหรือความต่างของสินค้าและบริการ ในตลาดของนมปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่มนั้น ยังไม่มีสินค้าใดที่มีการผลิตโดยที่ใช้วัตถุดิบหลักที่ทำจากถั่ว 5 สีเลย จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันมาก ซึ่งส่งให้มีการแข่งขันน้อยลงเพราะจะมี Brand loyalty เกิดขึ้น

      3. ความแตกต่างทางพื้นฐานของการแข่งขัน (Density of Rival) เนื่องจากมีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ใช้กะทิในการประกอบอาหาร ทำให้ไม่ต้องแข่งขันทางด้านราคากับตลาดในต่างประเทศ และจึงมีเพียงการแข่งขันกันเองภายในประเทศทั้งในด้านราคา ปริมาณหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกของอุตสาหกรรม เนื่องจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมมีเพียงภายในประเทศเท่านั้น

3. ข้อจำกัดของสินค้าที่ทดแทนกันได้ ( Threat of substiute Products or Service)

นมปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่มเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้ง่าย ตั้งแต่ในเรื่องของต้นทุนราคาสินค้าที่ต่ำกว่า คุณภาพสินค้าที่ผลิตได้มีประสิทธิภาพมากกว่า และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่อาจแปรเปลี่ยนไปจากความต้องการแบบเดิมได้มากกว่า จึงทำให้นมถั่วปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่ม Bean Lish ของบริษัทสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ให้สามารถทดแทนสินค้ากันได้ยากโดยการผลิตจากถั่ว5สีที่เป็นทางเลือกที่ดีกับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุ

4. อำนาจต่อรองของผู้ซื้อหรือลูกค้า ( Bargaining power of Customers)

ผู้ซื้อจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

      1. กลุ่มร้านค้าหรือขายส่ง ซึ่งผู้ซื้อเหล่านี้จะมีอำนาจต่อรองการซื้อในช่วงแรกๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังเป็นยี่ห้อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดมาพอ       ทางร้านค้าจึงมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าบริษัทในระยะแรก แต่เมื่อผ่านพ้นระยะนี้ไปอำนาจการต่อรองของกลุ่มร้านค้าหรือขายส่งจะมีอำนาจลดลง

       2. ผู้บริโภคจะไม่ค่อยมีอำนาจต่อรองการซื้อมากนัก เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคหันมาสนใจในสุขภาพของตนเองมากขึ้น จึงพยายามคัดเลือกสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงก็ตาม

5. อำนาจต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบ ( Bargaining Power of Suppliers )

เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตนมถั่วปรุงแต่งอาหารและเครื่องดื่มนั่นเป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่หาได้ไม่ยาก ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ และถั่วขาว ซึ่งประเทศไทยมีผลผลิตอยู่ภายในประเทศทั้งปี และทางบริษัท กรีนสปอต จำกัด (ประเทศไทย) ได้ร่วมลงนามสัญญารับซื้อ หรือ คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง “ถั่วเหลืองคัดคุณภาพ” กับสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ 6 กลุ่ม โดยรับซื้อถั่วเหลืองในลักษณะตลาดข้อตกลง Contract farming เพื่อยกระดับคุณภาพและราคาผลผลิต และขยายตลาดรองรับผลผลิตถั่วเหลืองให้สมาชิกสหกรณ์ในโอกาสต่อไป ส่วนถั่วเขียวและถั่วดำจะรับซื้อจากบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล อากรี โปรดักส์ จำกัด ถั่วแดงรับซื้อจากทางบริษัท นานาการเกษตร จำกัด และถั่วขาวนั้นจะมีการรับซื้อจากมูลนิธิโครงการหลวงดอยคำดังนั้นอำนาจต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบที่เป็นถั่วเหลืองจึงเป็นไปตามข้อตกลงของโครงการคือ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือที่สามารถขายได้สูงกว่าราคาขายปกติที่คละในท้องที่ แต่ในขณะเดียวกันทางนายธรรมศักดิ์ จิตติมาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนสปอต จำกัด กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ของวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2554 ว่า “ราคาคอนแทรกฟาร์มมิ่งสูงกว่าพ่อค้าคนกลาง แต่เรามองว่าไปสู่ชุมชนได้ด้วย ปลูกถั่ว ขายถั่วได้ราคาดีที่สุด ไม่ต้องนำเข้ามาและในระยะยาวได้ประโยชน์มากแต่ต้องใช้เวลาหลายปี” รวมทั้งในการรับซื้อถั่วเหลืองกับสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือนั้นทำให้ได้ถั่วเหลืองที่ผ่านการปรับปรุงกระบวนการผลิตถั่วเหลืองให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน GAP จึงทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบได้ง่ายมากขึ้น ส่วนถั่วชนิดอื่นๆนั้นผู้ขายวัตถุดิบก็จะมีอำนาจการต่อรองแตกต่างกันไปตามเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s